สมถะและสมาธิ

การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกทั้งสิ้น แม้แต่ในเรื่องของสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา พระองค์ก็ทรงแสดงเพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจ และเห็นตามความเป็นจริง เพื่อให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก ไปตามลำดับ

สมถะและสมาธิ

ต้องเข้าใจก่อนว่า สมถะ ไม่ใช่สมาธิ และสมาธิไม่ใช่สมถ สมถะคือความสงบของจิตที่เป็นกุศล ส่วนสมาธิหมายถึงความตั้งมั่นของจิต ซึ่งองค์ธรรม คือเอกัคคตาเจตสิก เกิดกับจิตทุกประเภท ดังนั้นจึงตั้งมั่นในอกุศล หรือกุศลก็ได้ ส่วนถ้ากล่าวเฉพาะสมถะ จะหมายถึง ความสงบที่เป็นกุศลเท่านั้น
     ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะอุบัติ มีการอบรมสมถภาวนา แต่ไม่มีการเจริญวิปัสสนา ก็ไม่สามารถดับกิเลสได้เลย เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติแล้วก็มีผู้ที่อบรมทั้งสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา หรือผู้ที่อบรมวิปัสสนาภาวนาอย่างเดียว เพราะการบรรลุธรรมไม่ได้หมายความว่าจะต้องอบรมสมถภาวนาก่อนจึงจะเจริญวิปัสสนาได้ พระอรหันต์ที่ท่านไม่ได้ฌาน แต่ท่านดับกิเลสได้มีอยู่ ดังนั้นจึงต้องเข้าใจใหม่ว่า ไม่ใช่ว่าจะต้องอบรมสมถภาวนา จึงจะอบรมวิปัสสนาได้
     และที่สำคัญที่กล่าวว่า สมาธิเป็นเหตุให้เกิดปัญญานั้น สมาธิองค์ธรรม คือเอกัคคตาเจตสิก เกิดกับจิตทุกประเภท ทุกขณะ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องทำสมาธิให้มีสมาธิ แต่ขณะที่เจริญวิปัสสนา คือสติปัฏฐานที่ระลึกลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ ขณะที่สติและปัญญาเกิด ขณะนั้น มีสมาธิที่เป็นสัมมาสมาธิ สมาธินี้แหละที่เป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา ที่เกิดร่วมกันในขณะนั้น คือเอกัคคตาเจตสิก (สมาธิ) ที่เกิดกับกุศลที่ประกอบด้วยปัญญาในขณะนั้น จะเห็นว่าเราจะต้องเข้าใจคำว่าสมาธิคืออะไร และขณะที่เจริญวิปัสสนาก็มีสมาธิ ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ตามที่กล่าวแล้วว่า สมถะ ไม่ใช่สมาธิ สมถะหมายถึงความสงบของจิตที่เป็นกุศล ดังนั้นขณะที่สติปัฏฐานเกิด ขณะนั้นจิตสงบ องค์ของสมถะ ก็คือ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ เป็นต้น ส่วนองค์ของวิปัสสนาที่เกิดในขณะนั้นก็คือ สัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ ดังนั้นเราจะต้องเข้าใจใหม่ว่า สมถะ ไม่ใช่ สมาธิ เข้าใจใหม่ว่า สมาธิ คือเอกัคคตาเจตสิกเกิดกับจิตทุกขณะ เข้าใจใหม่ว่า การเจริญปัญญาไม่ใช่ต้องเจริญสมถภาวนาก่อนจึงจะเจริญวิปัสสนาได้
   การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกทั้งสิ้น แม้แต่ในเรื่องของสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา พระองค์ก็ทรงแสดงเพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจ และเห็นตามความเป็นจริง เพื่อให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก ไปตามลำดับ.

Related posts

โยนิโสมนสิการ

กรรมและผลของกรรม

ต้องมีปัญญาจึงละได้